สถานการณ์การผลิตและการตลาดรายสัปดาห์ 13-19 ธันวาคม 2564

 

ข้าว

1.สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาในประเทศ
1.1 มาตรการสินค้าข้าว
1) โครงการสำคัญภายใต้แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร ปีการผลิต 2564/65 ดังนี้
1.1) ด้านการผลิต
(1) การจัดการปัจจัยการผลิต ได้แก่ โครงการผลิตและกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าว และมาตรการควบคุม
ค่าเช่าที่นา
(2) การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าว ได้แก่ โครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (นาแปลงใหญ่) โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวอินทรีย์ โครงการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตพืช โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โครงการพัฒนาและส่งเสริมการเกษตร (ข้าวพันธุ์ กข43 และข้าวเจ้าพื้นนุ่ม) โครงการรักษาระดับปริมาณและคุณภาพข้าว โครงการเพิ่มปริมาณ
น้ำต้นทุนและเพิ่มพื้นที่ระบบส่งน้ำให้พื้นที่เกษตรกรรม และการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการผลิตข้าวยั่งยืน
(3) การควบคุมปริมาณการผลิตข้าว ได้แก่ โครงการบริหารจัดการพื้นที่เกษตรตามแผนที่การเกษตรเชิงรุก (Zoning by Agri-Map) โครงการส่งเสริมการปลูกพืชหลากหลาย โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา โครงการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์และกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่อง โครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ผ่านระบบสหกรณ์ แผนการถ่ายทอดความรู้การผลิตพืชหลังนาและการใช้น้ำในการผลิตพืชอย่างมีประสิทธิภาพ และแผนการผลิตพันธุ์พืชและปัจจัยการผลิต
(4) การพัฒนาชาวนา ได้แก่ โครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง (Smart Farmer)
(5) การวิจัยและพัฒนา ได้แก่ การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเจ้าพื้นแข็ง และพันธุ์ข้าวเหนียว
(6) การประกันภัยพืชผล ได้แก่ โครงการประกันภัยข้าวนาปี
(7) การส่งเสริมการสร้างยุ้งฉางให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรทั่วประเทศ (รัฐชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3)
1.2) ด้านการตลาด
(1) การพัฒนาตลาดสินค้าข้าว ได้แก่ โครงการเชื่อมโยงตลาดข้าวอินทรีย์ และข้าว GAP ครบวงจร
(2) การชะลอผลผลิตออกสู่ตลาด ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก โครงการส่งเสริมผลักดันการส่งออกข้าว และโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
(3) การจัดหาและเชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ ได้แก่ โครงการกระชับความสัมพันธ์และรณรงค์สร้างการรับรู้ในศักยภาพข้าวไทย เพื่อขยายตลาดข้าวไทยในต่างประเทศ และโครงการ ลด/แก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าข้าวไทยและเสริมสร้างความเชื่อมั่น
(4) การส่งเสริมภาพลักษณ์และประชาสัมพันธ์ข้าว ผลิตภัณฑ์ข้าว และนวัตกรรมข้าว ได้แก่ โครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ข้าวไทยในงานแสดงสินค้านานาชาติ และโครงการเสริมสร้างศักยภาพสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยเพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์
(5) การประชาสัมพันธ์รณรงค์บริโภคข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวของไทยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ
(6) การประชาสัมพันธ์ข้าวไทยในกลุ่มผู้บริโภคในต่างประเทศผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย
2) มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65
มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2564 อนุมัติโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 และมาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ดังนี้
2.1) โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 รอบที่ 1 โดยกำหนดชนิดข้าว ราคา และปริมาณประกันรายได้ (ณ ราคาความชื้นไม่เกิน 15%) ดังนี้ (1) ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาประกันตันละ 15,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน (2) ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาประกันตันละ 14,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน (3) ข้าวเปลือกเจ้า ราคาประกันตันละ 10,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน (4) ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ราคาประกันตันละ 11,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน และ (5) ข้าวเปลือกเหนียว ราคาประกันตันละ 12,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน
2.2) มาตรการคู่ขนานโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2564/65 ประกอบด้วย
3 โครงการ ได้แก่
(1) โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2564/65 โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรในเขตพื้นที่ปลูกข้าวทั่วประเทศ เพื่อรักษาราคาข้าวเปลือกให้มีเสถียรภาพ
โดยให้มีการเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางของเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร เพื่อชะลอผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันเป็นจำนวนมาก เป้าหมายจำนวน 2 ล้านตันข้าวเปลือก วงเงินสินเชื่อต่อตัน จำแนกเป็น ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 11,000 บาทข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ตันละ 9,500 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 5,400 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 7,300 บาท และข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ตันละ 8,600 บาท รวมทั้งเกษตรกรที่เก็บข้าวเปลือกในยุ้งฉางตนเอง จะได้รับค่าฝากเก็บและรักษาคุณภาพข้าวเปลือกในอัตราตันละ 1,500 บาท สำหรับสถาบันเกษตรกรที่รับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการฯ ได้รับในอัตราตันละ 1,000 บาท และเกษตรกรผู้ขายข้าวเปลือก ได้รับในอัตราตันละ 500 บาท
(2) โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ปีการผลิต 2564/65โดย ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร ประกอบด้วย สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และศูนย์ข้าวชุมชน เพื่อรวบรวมข้าวเปลือกจำหน่าย และ/หรือเพื่อการแปรรูป วงเงินสินเชื่อเป้าหมาย 15,000 ล้านบาท
คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 4 ต่อปี โดยสถาบันเกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย ร้อยละ 1 ต่อปี รัฐบาลรับภาระชดเชยดอกเบี้ยให้สถาบันเกษตรกรร้อยละ 3 ต่อปี
(3)โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ปีการผลิต 2564/65 ผู้ประกอบการค้าข้าวรับซื้อข้าวเปลือกเพื่อเก็บสต็อก เป้าหมาย 4 ล้านตันข้าวเปลือก โดยสามารถรับซื้อจากเกษตรกร
ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 - 31 มีนาคม 2565 (ภาคใต้ 1 มกราคม - 30 มิถุนายน 2565) และเก็บสต็อกในรูปข้าวเปลือกและข้าวสาร ระยะเวลาการเก็บสต็อกอย่างน้อย 60 - 180 วัน (2 - 6 เดือน) นับแต่วันที่รับซื้อ โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3
1.2 ราคา
1) ราคาที่เกษตรกรขายได้ทั้งประเทศ
ข้าวเปลือกเจ้านาปีหอมมะลิ สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 9,895 บาท ราคาสูงขึ้นจากตันละ 9,605 บาท
ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 3.02
ข้าวเปลือกเจ้าความชื้น 15% สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 7,691 บาท ราคาลดลงจากตันละ 7,734 บาท
ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.55
2) ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 1 (ใหม่) สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 24,050 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ข้าวขาว 5% (ใหม่) สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 11,950 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
3) ราคาส่งออกเอฟโอบี
ข้าวหอมมะลิไทย 100% (ใหม่) สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 668 ดอลลาร์สหรัฐฯ (22,141 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 667 ดอลลาร์สหรัฐฯ (22,230 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.15 แต่ลดลงในรูปเงินบาทตันละ 89 บาท
ข้าวขาว 5% สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 402 ดอลลาร์สหรัฐฯ (13,324 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 401 ดอลลาร์สหรัฐฯ (13,364 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.25 แต่ลดลงในรูปเงินบาทตันละ 40 บาท
ข้าวนึ่ง 5% สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 405 ดอลลาร์สหรัฐฯ (13,424 บาท/ตัน) ราคาสูงขึ้นจากตันละ 404 ดอลลาร์สหรัฐฯ (13,464 บาท/ตัน) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.25 แต่ลดลงในรูปเงินบาทตันละ 40 บาท
หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยนสัปดาห์นี้ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 33.1455 บาท
2. สถานการณ์ข้าวของประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สำคัญ
2.1 สถานการณ์ข้าวโลก
1) การผลิต
ผลผลิตข้าวโลก กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้คาดการณ์ผลผลิตข้าวโลกปี 2564/65 ณ เดือนธันวาคม 2564 ผลผลิต 510.776 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจาก 507.204 ล้านตันข้าวสาร ในปี 2563/64 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.70
2) การค้าข้าวโลก
บัญชีสมดุลข้าวโลก กระทรวงเกษตรสหรัฐฯ ได้คาดการณ์บัญชีสมดุลข้าวโลกปี 2564/65 ณ เดือน
ธันวาคม 2564 มีปริมาณผลผลิต 510.776 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจากปี 2563/64 ร้อยละ 0.70 การใช้ในประเทศ 510.911 ล้านตันข้าวสาร เพิ่มขึ้นจากปี 2563/64 ร้อยละ 1.77 การส่งออก/นำเข้า 48.804 ล้านตันข้าวสาร ลดลงจาก
ปี 2563/64 ร้อยละ 1.97 และสต็อกปลายปีคงเหลือ 186.799 ล้านตันข้าวสาร ลดลงจากปี 2563/64 ร้อยละ 0.07
โดยประเทศที่คาดว่าจะส่งออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ ออสเตรเลีย บราซิล เมียนมา ปากีสถาน ปารากวัย ไทย ตุรกี อุรุกวัย และเวียดนาม ส่วนประเทศที่คาดว่าจะส่งออกลดลง ได้แก่ อาร์เจนตินา กัมพูชา จีน อียู อินเดีย และสหรัฐอเมริกา
สำหรับประเทศที่คาดว่าจะนำเข้าเพิ่มขึ้น ได้แก่ ไอเวอรี่โคสต์ อียิปต์ เอธิโอเปีย อียู อิหร่าน เคนย่า
มาดากัสการ์ เม็กซิโก โมแซมบิค เนปาล ไนจีเรีย ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และสหราชอาณาจักร
ส่วนประเทศที่คาดว่าจะนำเข้าลดลง ได้แก่ บังกลาเทศ บราซิล ฟิลิปปินส์ เซเนกัล แอฟริกาใต้ และสหรัฐอเมริกา
ประเทศที่มีสต็อกคงเหลือปลายปีเพิ่มขึ้น ได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย และปากีสถาน ส่วนประเทศ
ที่คาดว่าจะมีสต็อกคงเหลือปลายปีลดลง ได้แก่ จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา
2.2 สถานการณ์ข้าวของประเทศผู้ผลิตและผู้บริโภคที่สำคัญ
เวียดนาม
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาวะราคาส่งออกข้าวยังคงปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ที่แล้วหลังจากที่มีข่าวว่าทางการ ฟิลิปปินส์จะระงับการนําเข้าข้าวจากเวียดนามเป็นการชั่วคราว โดยข้าวขาว 5% ราคาอยู่ที่ 410-414 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ลดลงจากระดับ 415-420 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า
โดยวงการค้าข้าวรายงานว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดค่อนข้างเงียบท่ามกลางภาวะที่ค่าขนส่งทางเรือยังคงอยู่ในระดับสูง เช่นเดียวกับปัญหาตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลนที่ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของผู้ส่งออก ขณะที่เกษตรกรในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงกําลังเร่งหว่านเมล็ดพันธุ์ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2564 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาภัยแล้งและภาวะความเค็ม ซึ่งการเก็บเกี่ยวพืชผลฤดูการผลิตฤดูหนาว-ฤดูใบไม้ผลิ (winter-spring crop) จะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2565
สำนักข่าว Reuters รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมศุลกากร (the General Department of Vietnam Customs) ว่า ในเดือนพฤศจิกายน 2564 เวียดนามส่งออกข้าวประมาณ 566,358 ตัน ลดลงประมาณร้อยละ 8.40  เมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม 2564 แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 61.00 ทำให้ในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม-พฤศจิกายน 2564) เวียดนามส่งออกข้าวได้แล้วประมาณ 5.75 ล้านตัน เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 0.80 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ที่มา : สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย
เมียนมาร์
สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง รายงานว่า ตามรายงานของสหพันธ์ข้าวเมียนมาร์ (MRF) ระบุว่า ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เมียนมาร์ส่งออกข้าวขาวและข้าวหักได้มากกว่า 501,590 ตัน โดยในเดือน พฤศจิกายน 2564 บริษัทผู้ส่งออกข้าวของเมียนมาทั้งหมด 34 แห่ง ได้ส่งมอบข้าวให้กับคู่ค้าต่างประเทศทางเรือแล้วประมาณ 262,662 ตัน ในขณะที่ข้าวอีก 22,561 ตัน ถูกส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านทางบกและประมาณ 285,223 ตัน อย่างไรก็ตามปริมาณการส่งออกทางพรมแดนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการปิดด่านชายแดน
โดยข้อมูลจาก MRF แสดงให้เห็นว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 ราคาส่งออกข้าวขาวพันธุ์ดีอยู่ที่ 325-348 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน ซึ่งขึ้นอยู่กับพันธุ์และคุณภาพข้าวที่แตกต่างกัน โดยราคาส่งออกข้าวเมียนมาร์ค่อนข้างต่ำกว่าราคาข้าวของไทย และเวียดนาม แต่สูงกว่าราคาข้าวของอินเดีย และปากีสถาน
สำหรับในช่วงที่ผ่านมา เมียนมาส่งออกข้าวไปยังตลาดต่างประเทศ 13 แห่ง โดยประเทศจีน คือ ผู้ซื้อรายใหญ่ รองลงมา คือ แคเมอรูน สเปน ไอวอรี่โคสต์ และฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันเมียนมาร์ได้ส่งออกข้าวหักไปยังประเทศจีน เป็นหลัก รองลงมา คือ เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม สเปน และฝรั่งเศส โดยในเดือนตุลาคม 2564 มีปริมาณข้าวขาวและข้าวหักส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศมากกว่า 216,375 ตัน ซึ่งในปี 2563 เมียนมาร์มีรายได้กว่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการส่งออกข้าว โดยมีปริมาณการส่งออกมากกว่า 2.50 ล้านตัน ขณะที่ในช่วงเดือนตุลาคม 2563 - กันยายน 2564 เมียนมาร์
มีรายได้ประมาณ 700.13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากการส่งออกข้าวขาวและข้าวหัก ถึงแม้ว่าจะมีการหยุดชะงักของการค้าชายแดนที่เกิดจากผลกระทบด้านลบของการระบาดของ COVID-19
ที่มา : สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย

 


ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

1. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาในประเทศ
ราคาข้าวโพดภายในประเทศในช่วงสัปดาห์นี้ มีดังนี้
ราคาข้าวโพดที่เกษตรกรขายได้ความชื้นไม่เกิน 14.5% สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 9.05 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 8.93 บาท ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.34 และราคาข้าวโพดที่เกษตรกรขายได้ความชื้นเกิน 14.5% สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 7.23 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 7.10 บาท ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.83
ราคาข้าวโพดขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ ที่โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อ สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 10.47 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 10.45 บาท ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.19 และราคาขายส่งไซโลรับซื้อสัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 10.26 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 10.18 บาท ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.79
ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี. สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 320.00 ดอลลาร์สหรัฐ (10,600.00 บาท/ตัน) สูงขึ้นจากตันละ 317.00 ดอลลาร์สหรัฐ (10,554.00 บาท/ตัน) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.95 และสูงขึ้นในรูปของเงินบาทตันละ 46.00 บาท
ราคาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดชิคาโกเดือนมีนาคม 2565 ข้าวโพดเมล็ดเหลืองอเมริกัน ชั้น 2 สัปดาห์นี้เฉลี่ยบุชเชลละ 587.00 เซนต์ (7,784.00 บาท/ตัน) สูงขึ้นจากบุชเชล 586.00 เซนต์ (7,791.00 บาท/ตัน) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 1.17 แต่ลดลงในรูปของเงินบาทตันละ 7.00 บาท

 


มันสำปะหลัง

สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
การผลิต
ผลผลิตมันสำปะหลัง ปี 2565 (เริ่มออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 – กันยายน 2565) คาดว่ามีพื้นที่เก็บเกี่ยว 9.664 ล้านไร่ ผลผลิต 32.730 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.387 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2564 ที่มีพื้นที่เก็บเกี่ยว 9.796 ล้านไร่ ผลผลิต 32.499 ล้านตัน และผลผลิตต่อไร่ 3.318 ตัน พบว่า พื้นที่เก็บเกี่ยว ลดลงร้อยละ 1.35 แต่ผลผลิต และผลผลิตต่อไร่ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.71 และร้อยละ 2.08 ตามลำดับ โดยเดือนธันวาคม 2564 คาดว่าจะมีผลผลิตออกสู่ตลาด 2.95 ล้านตัน (ร้อยละ 9.01 ของผลผลิตทั้งหมด)
ทั้งนี้ผลผลิตมันสำปะหลังปี 2565 จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือนมกราคม – มีนาคม 2565 ปริมาณ 20.30 ล้านตัน (ร้อยละ 62.02 ของผลผลิตทั้งหมด)
การตลาด
เป็นช่วงต้นฤดูการเก็บเกี่ยว หัวมันสำปะหลังออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นและคุณภาพดี สำหรับลานมันเส้นและโรงงานแป้งมันสำปะหลังส่วนใหญ่เปิดดำเนินการ
ราคาที่เกษตรกรขายได้ทั้งประเทศประจำสัปดาห์ สรุปได้ดังนี้
ราคาหัวมันสำปะหลังสด สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 2.29 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 2.28 บาทในสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 0.44
ราคามันเส้นสัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 6.48 บาท ราคาลดลงจากกิโลกรัมละ 6.66 บาทในสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 2.70
ราคาขายส่งในประเทศ
ราคาขายส่งมันเส้น (ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเขต จ.ชลบุรี และ จ.อยุธยา) สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ7.61 บาท ราคาลดลงจากกิโลกรัมละ 7.84 บาทในสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 2.93
ราคาขายส่งแป้งมันสำปะหลังชั้นพิเศษ (ส่งมอบ ณ คลังสินค้าเขต กรุงเทพและปริมณฑล) สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 15.05 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี
ราคาส่งออกมันเส้น สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 255 ดอลลาร์สหรัฐฯ (8,452 บาทต่อตัน) ราคาลดลงจากตันละ 260 ดอลลาร์สหรัฐฯ (8,665 บาทต่อตัน) ในสัปดาห์ก่อน คิดเป็นร้อยละ 1.92
ราคาส่งออกแป้งมันสำปะหลัง สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 488 ดอลลาร์สหรัฐฯ (16,175 บาทต่อตัน) ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน (16,139 บาทต่อตัน)

 


ปาล์มน้ำมัน

1. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คาดว่าปี 2564 ผลผลิตปาล์มน้ำมันเดือนธันวาคมจะมีประมาณ 0.929 ล้านตัน คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 0.167 ล้านตัน ลดลงจากผลผลิตปาล์มทะลาย 1.070 ล้านตัน คิดเป็นน้ำมันปาล์มดิบ 0.193 ล้านตันของเดือนพฤศจิกายน คิดเป็นร้อยละ 13.18 และร้อยละ 13.47  ตามลำดับ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาผลปาล์มทะลาย สัปดาห์นี้เฉลี่ย กก.ละ 8.73 บาท สูงขึ้นจาก กก.ละ 8.23 บาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 6.08
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาน้ำมันปาล์มดิบ สัปดาห์นี้เฉลี่ย กก.ละ 46.25 บาท สูงขึ้นจาก กก.ละ 45.33 บาทในสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้อยละ 2.03         
2. ภาวะการผลิต การตลาด และราคาในตลาดต่างประเทศ
สถานการณ์ในต่างประเทศ
ราคาซื้อขายล่วงหน้ามาเลเซียลดลงต่ำสุดใน 2 สัปดาห์ โดยลดลงตามราคาน้ำมันพืชชนิดอื่น และลดลงตามการส่งออกที่คาดว่าจะลดลงในช่วงต้นเดือนธันวาคม ราคาอ้างอิงน้ำมันปาล์ม เดือนกุมภาพันธ์ ลดลงร้อยละ 2.26 ไปอยู่ที่ตันละ 4,593 ริงกิต 
ราคาในตลาดต่างประเทศ
ตลาดมาเลเซีย ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันปาล์มดิบสัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 4,808.62 ดอลลาร์มาเลเซีย (38.58 บาท/กก.) ลดลงจากตันละ 5,254.85 ดอลลาร์มาเลเซีย (42.38 บาท/กก.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 8.49    
ตลาดรอตเตอร์ดัม ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันปาล์มดิบสัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 1,294.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ (43.47 บาท/กก.) ลดลงจากตันละ 1,327.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ (44.82 บาท/กก.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 2.52
หมายเหตุ  :  ราคาในตลาดต่างประเทศเฉลี่ย 5 วัน

 


อ้อยและน้ำตาล

1. สรุปภาวะการผลิต  การตลาดและราคาในประเทศ

         ไม่มีรายงาน

2. สรุปภาวะการผลิต การตลาดและราคาในต่างประเทศ
          วันที่ 15 ธันวาคม 2564 อินเดียรายงานว่าจะต้องมีการยื่นอุทธรณ์ผลการตัดสินเรื่องอุดหนุนการส่งออกน้ำตาลกับ WTO ได้ตัดสินการอุดหนุนการส่งออกนั้นเกินข้อกำหนดที่ได้ตกลงไว้กับ WTO ที่ไม่เกิน 10%
ของมูลค่าการผลิต แต่ปัญหาคือคณะผู้ตัดสินอุทธรณ์ของ WTO นั้นยังไม่ครบองค์
          วันที่ 15 ธันวาคม 2564 แหล่งข่าวในตลาดกล่าวว่าราคาน้ำตาลตลาดโลกถือว่าอยู่ในช่วงที่คาดว่าราคาสูงโดนจำกัดด้วยการส่งออกของอินเดีย แต่แนวรับสร้างขึ้นจากปัจจัยเรื่องน้ำตาลส่วนขาดในปีหน้า ด้านหัวหน้า
ของ Canaplan กล่าวว่าผลผลิตที่ลดลงของภาคกลาง-ใต้บราซิลในปี 2564/2565 จะโดนชดเชยด้วยผลผลิตของไทยที่เพิ่มขึ้น และคาดว่าบราซิลจะมีฟื้นตัวในปี 2565/2566



 

 
ถั่วเหลือง

1. ภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาถั่วเหลืองชนิดคละสัปดาห์นี้ ไม่มีรายงานราคา
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งถั่วเหลืองสกัดน้ำมันสัปดาห์นี้ ไม่มีรายงานราคา 
2. ภาวะการผลิต การตลาด และราคาในตลาดต่างประเทศ
ราคาในตลาดต่างประเท (ตลาดชิคาโก)
ราคาซื้อขายล่วงหน้าเมล็ดถั่วเหลือง สัปดาห์นี้เฉลี่ยบุชเชลละ 1,265.64 เซนต์ (15.62 บาท/กก.)สูงขึ้นจากบุชเชลละ 1,260.92 เซนต์ (15.64 บาท/กก.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 0.37
ราคาซื้อขายล่วงหน้ากากถั่วเหลือง สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 382.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12.85 บาท/กก.)สูงขึ้นจากตันละ 366.18 ดอลลาร์สหรัฐฯ (12.36 บาท/กก.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 4.46
ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันถั่วเหลืองสัปดาห์นี้เฉลี่ยปอนด์ละ 53.45 เซนต์ (39.57 บาท/กก.) ลดลงจากปอนด์ละ 55.73 เซนต์ (41.47 บาท/กก.) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาร้อยละ 4.09


 

 
ยางพารา
 
 

 
ถั่วเขียว

สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ถั่วเขียวผิวมันเมล็ดใหญ่คละ สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 22.71 สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 21.62 บาท ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 5.04
ถั่วเขียวผิวมันเมล็ดเล็กคละ และถั่วเขียวผิวดำคละ สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ถั่วเขียวผิวมันเกรดเอ สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 29.00 บาท คงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วเขียวผิวมันเกรดบี สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 26.00 บาท คงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วเขียวผิวดำ ชั้น 1 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 41.00 บาท คงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วเขียวผิวดำ ชั้น 2 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 22.00 บาท คงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ถั่วนิ้วนางแดง สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 40.00 บาท คงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ราคาส่งออก เอฟ.โอ.บี        
ถั่วเขียวผิวมันเกรดเอ สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 904.40 ดอลลาร์สหรัฐ (29.98 บาท/กก.) สูงขึ้นจากตันละ 899.00 ดอลลาร์สหรัฐ (29.96 บาท/กก.)  ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.60 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทกิโลกรัมละ 0.02 บาท
ถั่วเขียวผิวมันเกรดบี สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 813.40 ดอลลาร์สหรัฐ (26.96 บาท/กก.) สูงขึ้นจากตันละ 808.33 ดอลลาร์สหรัฐ (26.94 บาท/กก.) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.63 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทกิโลกรัมละ 0.02 บาท
ถั่วเขียวผิวดำ ชั้น 1 สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 1,268.40 ดอลลาร์สหรัฐ (42.04 บาท/กก.) สูงขึ้นจากตันละ 1,261.00 ดอลลาร์สหรัฐ (42.03 บาท/กก.)  ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.59 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทกิโลกรัมละ 0.01 บาท
ถั่วเขียวผิวดำ ชั้น 2 สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 692.00 ดอลลาร์สหรัฐ (22.94 บาท/กก.) สูงขึ้นจากตันละ 687.67 ดอลลาร์สหรัฐ (22.92 บาท/กก.) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.63 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทกิโลกรัมละ 0.02 บาท
ถั่วนิ้วนางแดง สัปดาห์นี้เฉลี่ยตันละ 1,232.00 ดอลลาร์สหรัฐ (40.84 บาท/กก.) สูงขึ้นจากตัน 1,224.67 ดอลลาร์สหรัฐ (40.82 บาท/กก.) ในสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.60 และสูงขึ้นในรูปเงินบาทกิโลกรัมละ 0.02 บาท


 

 
ถั่วลิสง

สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
ความเคลื่อนไหวของราคาประจำสัปดาห์ มีดังนี้
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาถั่วลิสงทั้งเปลือกแห้ง สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 46.75 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 44.30 บาท จากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 5.53
ราคาถั่วลิสงทั้งเปลือกสด สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 34.86 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 33.53 บาท จากสัปดาห์ก่อนร้อยละ 3.97
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาถั่วลิสงกะเทาะเปลือกชนิดคัดพิเศษ สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 67.50 บาท คงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน
ราคาถั่วลิสงกะเทาะเปลือกชนิดคัดธรรมดา สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 64.00 บาท คงตัวเท่ากับสัปดาห์ก่อน


 

 
ฝ้าย

1. สรุปภาวะการผลิต การตลาด และราคาภายในประเทศ
    ราคาที่เกษตรกรขายได้
    ราคาฝ้ายรวมเมล็ดชนิดคละ ไม่มีการรายงานราคา
    ราคาซื้อ-ขายล่วงหน้าตลาดนิวยอร์ก (New York Cotton Futures)
    ราคาซื้อ-ขายล่วงหน้า เพื่อส่งมอบเดือนมีนาคม 2565 สัปดาห์นี้เฉลี่ยปอนด์ละ 107.02 เซนต์(กิโลกรัมละ 79.26 บาท) เพิ่มขึ้นจากปอนด์ละ 106.58 เซนต์ (กิโลกรัมละ 79.32 บาท) ของสัปดาห์ก่อนร้อยละ 0.41 (แต่ลดลงในรูปของเงินบาทกิโลกรัมละ 0.06 บาท)

 

 
ไหม

ราคาเส้นไหมพื้นเมืองเกรด 1 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1,595 บาท ลดลงจาก กิโลกรัมละ 1,772 บาท คิดเป็นร้อยละ 10.03 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาเส้นไหมพื้นเมืองเกรด 2 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 1,375 บาท สูงขึ้นจาก กิโลกรัมละ 1,486 บาท คิดเป็นร้อยละ 7.44 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา
ราคาเส้นไหมพื้นเมืองเกรด 3 สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 996 บาท ทรงตัวจากสัปดาห์ที่ผ่านมา


 

 
ปศุสัตว์
 
สุกร
สถานการณ์การผลิต การค้า และราคาในประเทศ
  
ภาวะตลาดสุกรสัปดาห์นี้ ราคาสุกรมีชีวิตที่เกษตรกรขายได้สูงขึ้นเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตเนื้อสุกรที่ออกสู่ตลาดสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดว่าราคาจะทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย 
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
สุกรมีชีวิตพันธุ์ผสมน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ กิโลกรัมละ  76.15 บาท สูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 75.43  คิดเป็นร้อยละ 0.95 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 71.38 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 66.71 บาท ภาคกลาง กิโลกรัมละ 80.69 บาท และภาคใต้ กิโลกรัมละ 77.14 บาท ส่วนราคาลูกสุกรตามประกาศของบริษัท ซี.พี. ในสัปดาห์นี้  ตัวละ 2,600 บาท สูงขึ้นจากตัวละ 2,500 บาท คิดเป็นร้อยละ 4 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งสุกรมีชีวิต ณ แหล่งผลิตภาคกลาง จากกรมการค้าภายใน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 80.50 บาท สูงขึ้นจาก กิโลกรัมละ 78.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 2.55 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 

ไก่เนื้อ
สถานการณ์การผลิต การค้า และราคาในประเทศ
 
สัปดาห์นี้ราคาไก่เนื้อมีชีวิตที่เกษตรกรขายได้ลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดสอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดว่าราคาจะทรงตัวหรือสูงขึ้นเล็กน้อย 
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาไก่เนื้อที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ กิโลกรัมละ 40.12 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 41.62  บาทคิดเป็นร้อยละ 3.60 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 35.00 บาท ภาคกลาง กิโลกรัมละ 40.45 บาท ภาคใต้ กิโลกรัมละ 42.92 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่มีรายงาน ส่วนราคาลูกไก่เนื้อตามประกาศของบริษัท ซี.พี ในสัปดาห์นี้ ตัวละ 12.50 ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา 
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งไก่มีชีวิตหน้าโรงฆ่า จากกรมการค้าภายใน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 37.50 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา และราคาขายส่งไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องใน เฉลี่ยกิโลกรัมละ 50.50 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา

ไข่ไก่
สถานการณ์การผลิต การค้า และราคาในประเทศ

สถานการณ์ตลาดไข่ไก่สัปดาห์นี้ ราคาไข่ไก่ที่เกษตรกรขายได้สูงขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากผลผลิตไข่ไก่ที่ออกสู่ตลาดมีจำนวนน้อยกว่าความต้องการของผู้บริโภค แนวโน้มสัปดาห์หน้าคาดว่าราคาจะทรงตัวหรือสูงขึ้นเล็กน้อย
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ
ราคาไข่ไก่ที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยทั้งประเทศร้อยฟองละ 288 บาท สูงขึ้นจากร้อยฟองละ 286 บาทคิดเป็นร้อยละ 0.72 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ ร้อยฟองละ 304 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยฟองละ 283 บาท  ภาคกลางร้อยฟองละ 286 บาท และภาคใต้ไม่มีรายงาน ส่วนราคาลูกไก่ไข่ตามประกาศของบริษัท ซี.พี. ในสัปดาห์นี้ ตัวละ 28.00 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา  
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งไข่ไก่ (เฉลี่ยเบอร์ 0-4) ในตลาดกรุงเทพฯจากกรมการค้าภายใน เฉลี่ยร้อยฟองละ 3.13 บาท  ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา 

ไข่เป็ด
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ

ราคาไข่เป็ดที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยทั้งประเทศร้อยฟองละ 356 บาท ลดลงจากร้อยฟองละ 359 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.89 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ ร้อยฟองละ 373 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยฟองละ 369 บาท  ภาคกลางร้อยฟองละ 327 บาท และภาคใต้ร้อยฟองละ 372 บาท
ราคาขายส่งในตลาดกรุงเทพฯ
ราคาขายส่งไข่เป็ดคละ ณ แหล่งผลิตภาคกลาง จากกรมการค้าภายใน เฉลี่ยร้อยฟองละ 4.05 บาท ทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา 

โคเนื้อ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ

ราคาโคพันธุ์ลูกผสม (ขนาดกลาง) ที่เกษตรกรขายได้ เฉลี่ยทั้งประเทศกิโลกรัมละ 97.60 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 97.70 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.11 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 95.77 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 98.38 บาท ภาคกลาง กิโลกรัมละ 90.13 บาท และภาคใต้ กิโลกรัมละ 109.29 บาท

กระบือ
ราคาที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศ

ราคากระบือ (ขนาดกลาง) ที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยทั้งประเทศกิโลกรัมละ 80.97 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 81.10 บาท คิดเป็นร้อยละ 0.17 ของสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยแยกเป็นรายภาคดังนี้ ภาคเหนือ กิโลกรัมละ 89.17 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กิโลกรัมละ 79.38 บาท  ภาคกลางและภาคใต้ไม่มีรายงาน 

 
 

 
 

 
ประมง

สถานการณ์การผลิต การตลาดและราคาในประเทศ
1. การผลิต
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (ระหว่างวันที่ 13 – 19 ธันวาคม 2564) ไม่มีรายงานปริมาณจากองค์การสะพานปลากรุงเทพฯ
 2. การตลาด
ความเคลื่อนไหวของราคาสัตว์น้ำที่สำคัญประจำสัปดาห์นี้มีดังนี้ คือ
2.1 ปลาดุกบิ๊กอุย (ขนาด 3 - 4 ตัว/กก.)
ราคาที่ชาวประมงขายได้สัปดาห์นี้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 42.00 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 35.00 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 7.00 บาท เนื่องจากตลาดมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น
สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
2.2 ปลาช่อน (ขนาดกลาง)
ราคาที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 78.17 บาท ราคาลดลงเล็กน้อยจากกิโลกรัมละ 78.62 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.45 บาท เนื่องจากตลาดมีความต้องการบริโภคใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
2.3 กุ้งกุลาดำ
ราคาที่ชาวประมงขายได้ขนาด 60 ตัวต่อกิโลกรัมและราคา ณ ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาครขนาดกลาง (60 ตัว/กก.) ไม่มีรายงานราคา
2.4 กุ้งขาวแวนนาไม
ราคาที่ชาวประมงขายได้ขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม เฉลี่ยกิโลกรัมละ 163.58 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 159.83 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 3.75 บาท เนื่องจากตลาดมีความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น
สำหรับราคา ณ ตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาครขนาด 70 ตัวต่อกิโลกรัม เฉลี่ยกิโลกรัมละ 171.67 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 168.33 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 3.34 บาท
2.5 ปลาทู (ขนาดกลาง)
ราคาปลาทูสดที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 71.49 บาท ราคาลดลงเล็กน้อยจากกิโลกรัมละ 71.63 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.14 บาท เนื่องจากตลาดมีความต้องการบริโภคใกล้เคียงกับสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
2.6 ปลาหมึกกระดอง (ขนาดกลาง)
ราคาปลาหมึกกระดองสดที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 100.00 บาท ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากตลาดมีความต้องการบริโภคค่อนข้างคงที่
สำหรับราคาประมูลจำหน่ายที่สะพานปลากรุงเทพฯ สัปดาห์นี้ไม่มีรายงานราคา
2.7 ปลาเป็ดและปลาป่น
ราคาปลาเป็ดที่ชาวประมงขายได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 6.58 บาท ราคาสูงขึ้นจากกิโลกรัมละ 6.57 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.01 บาท
สำหรับราคาปลาป่นขายส่งกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ปลาป่นชนิดโปรตีน 60% ขึ้นไป ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 34.40 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 35.00 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.60 บาท
และปลาป่นชนิดโปรตีนต่ำกว่า 60% ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 29.40 บาท ลดลงจากกิโลกรัมละ 30.00 บาท ของสัปดาห์ที่ผ่านมา 0.60 บาท